วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บทเรียนที่ 1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

ระบบสารสนเทศ

  

ระบบสารสนเทศ

 องศ์ประกอบของระบบสารสนเทศ ได้เเก่

  1. ฮาร์ดแวร์
  2. ซอฟแวร์
  3. บุคลากร
  4. ข้อมูล
  5. ขั้นตอนการปฎิบัติงาน

ความหมายและลักษณะของระบบสารสนเทศ

  1. กระบวนการทำงาน
  2. ตัวอย่างระบบสารสนเทศ
  3. ลักษณะระบบสารสนเทศที่ดี

ประเภทของระบบสารสนเทศ

กระบวนการทำงาน

       ระบบสารสนเทศประกอบด้วยกระบวนการทำงานหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
  1. การนำข้อมูล ( Input ) เป็นการนำข้อมูลดิบ ( Data ) ที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปประมวลผลให้เป็นสารสนเทศ
  2. การประมวลผลข้อมูล ( Process ) เป็นการคิด คำนวณ หรือแปลงข้อมุลดิบให้เป็นสารสนเทศ อาจทำได้ด้วยเรียงลำดับ การคำนวร การจัดรูปแบบ และการเปรียบเทียบ
  3. การแสดงผล ( Output ) เป็น การนำผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลมาแสดงในรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องการ
  4. การจักเก็บข้อมูล ( Storage ) เป็นการจัดเก็บข้อมูลดิบหรือสารสนเทศทั่งหมดที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ

         ตัวอย่างระบบสารสนเทศ

ตัวอย่างระบบสารสนเทศของจำนวนผู้ยืมหนังสือยอดนิยม 5 อันดับเเรกจากห้องสมุด ในระยะเวลา 6 เดือน ดังนี้
  1.   กระนำข้อมูลเข้าสู่ระบบสารสนเทศ สามารถทำได้ด้วยการจดบันทึกรายการหนังสือที่มีผู้ยืมมากที่สุด 5 ลำดับ โดยจักเก็บข้อมูลในรูปแบบตารางข้อมูลจำนวนผู้ยืมหนังสือ
  2.   การประมวลจากข้อมูลจากข้อมูลในตาราง โดยนำจำนวนผู้ยืมหนังสือมารวบรวมเป้นจำนวนผู้ยืมในระยะเวลา 6 เดือนและเรียงลำดับข้อมูมตามความนิยม
  3.   การแสดงด้วยการจัดทำเป็นสารสนเทศ โดยจัดทำในรูปแบบต่างๆ เช่น ตารางสารสนเทศลำดับหนังสือยอดนิยมและภูมิแท่งแสดงรายการหนังสือยอดนิยม
  4.   การจัดเก้บข้อมุลสารสนเทศ สามารถจัดเก้บไว้ในรูปแบบของไฟล์งานเอกสาร โดยบันทึกไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์

   ลักษณะของระบบสารสนเทศที่ดี

  1.   เชือถือได้ ( Reliable ) ระบบสารเทศต้องผลิตสารสนเทศที่มีความเชือถือได้จากระบบสารสนเทศมีหลากหลายรูปแบบ
  2.   เข้าใจง่าย ( Simple ) ระบบสารสนเทศที่ดีต้องใช้งานง่าย
  3.   ทันต่อเวลา ( Tlmely ) ระบบสารสนเทศต้องผลิตสารสนเทศให้ทันต่อเหตุการณ์
  4.   คุ้มราคา ( Economical ) ระบบสารสนเทศที่นำมาใช้งานต้องให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน
  5.   ตรวจสอบได้ ( Verifiable ) ระบบสารเทศต้องสามารถตรวจสอบผลลัพธ์จากการประมวลผลได้ว่า ผลลัพธ์นั้นหามาได้อย่างไร
  6.   ยืดหยุ่น ( Flexidle ) ระบบสารสนเทศต้องสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเหตุการณ์ปันจุบันได้
  7.   สอดคล้องกับความต้องการ ( Relevant ) ระบบสารสนเทศต้องผลิตสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้อง กับการทำงาน
  8.   สะดวกในการเข้าถึง ( Accessible ) ระบบสารสนเทศต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
  9.   ปลอดภัย ( Secure ) ระบบสารสนเทศต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับอนุญาต

    

     ประเภทของระบบสารสนเทศ

          ระบบสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะการดำเดินงานได้ดังนี้

  1.   ระบบสารสนเทศประมวลผลรายการธุรกรรม ( TPS : Tansaction Processing System ) เป็นการระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับการบึนทึก และประมวลผลข้อมูลที่เกิดจากการทำ ธุรกรรม ( Tansaction ) หรือการปฎิบัติงานประจำ ( Routine ) สนับสนุนการทำงานระดับปฎิบัติการ เช่นการทำบันทึกการขายประจำวัน รายการสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ การฝากเงินจากธนาคาร การสำรองห้องพัก สารสนเทศที่ได้อาจจะยังไม่สามารถนำไปใช้ในการตัดสนใจมากนักเนื่องจากได้เป็นรายการจำนวนมาก

  1.    ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ( MIS : Management Information System ) เป็นการนำข้อมูลจากระบบสารสนเทศประมวลผลรายการธุรกรรมมาประมวลผลเพื่อนำไปใช้ในการควบคุมการทำงานหรือตัดสินใจในระดับปฎิบัติการ
  2.    ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ( DSS : Deciion Supprt System ) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากทั่งภายในและภายนนอกองค์กรประมวลผลให้ได้สารสนเทศที่ช่วยผู้บริหารระดับสูงตัดสินใจเชิงลกยุทธ์
  3.    ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบกลุ่ม ( GDSS : group Decision Support System ) เป็นระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการแลกเปลืยน กระตุ่น ระดมความคิดและแก้ปัญหาความขัดเเย้งภายในกลุ่ม
  4.    รับบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ( GIS :Geographic Information System ) เป็นสารสนเทศที่ทำหน้าที่ทำการจัดเก็บข้อมูลทางภุมิศาสตร์แล้วนำมาจัดแสดงในรูปแบบของแผนที่ดิจิทัลชึ่งระบุที่ตั่งทางภูมิศาสตร์
  5.    ระบบสารสนเทศสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง ( EIS : Exeutive Infomation System ) เป็นระบบสารเทศที่ผู้ใช้ต้องสันสนุนการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษาแนวโน้มในเรื่งที่ผู้สนใจ
  6.    ปัญญาประดิษฐ์ ( AI:  Atificial Intelligence ) คิอ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีพฟกรรมเหมือนกับมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการเรียนรู้และความสามารถทางประสาทสัมผัส ซึ่งเลียนแบบการเรียนรู้และการตัดสินใจของมนุษย์
  7.    ระบบสารสนเทศสำนักงาน ( OIS: Office Automation System ) เป็นระบบที่นำมาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการทำงานของผู้ปฎิบัติงานและผู้บริหาร เช่น การจัดทำเอกสาร รายงาน จดหมายธุรกิจ การส่งข้อความ การบันทึกตารางนัดหมาย                                                                                                                                                                                                                            ฮาร์แวร์
     ฮาร์ดแวร์ ( Hardware ) หมายถึง เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบสานเทนเทศ เช่น อุปกรณ์สำนักงานและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกสืต่าง ๆ
  1.     หน่วยรับข้อมูล ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในหน่วยรับข้อมูลเรียกว่า อุปรกรณ์รับข้อมูลโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้งาน และความสะดวกในการใช่งาน อุปรกณ์รับข้อมูลที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่            แป้นพิมพ์ ( Keyboard ) เมาส์ ( Mouse ) กล้องดิจิทัล( Digital Camera ) สแกนเนอร์ ( Scanner ) และไมโครโฟน ( Microphone )  
  2.    หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู ( CPU: Central Processing Unit  ) ฮาร์ดแวร์ในหน่วยนี้มีลักษณะเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกหรือชิป ( Chip ) ภายในจะประบอกไปด้วยทรานซิสเตอร์(Transistor )
  3.    หน่วยความจำ ( Memory Unit ) เป็นหน่วยที่ทำงานในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วมากที่สุด
  4.    หน่วยแสดงผล ( Output Unit ) ทำหน้าที่แสดงผลได้จากการประมวลผลข้อมูลซึ่งอาดแสดงอยู่ในการพิมพ์รายงานด้วยผลพิมพ์
      
   ซอฟต์แวร์ 
        
        ฮาร์ดแวร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราเห็นหรือสัมผัสได้ไม่สามารถทำงานได้โดยปราศจากคำสั่งหรือโปรแกรมที่เรียกว่า ซอฟต์แวร์ด ( Software ) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามที่ผลสัมผัสที่ต้องการ                                                                                                                                                                                                                                                                                                      1.  ซอฟต์แวร์ระบบ ( System Software ) เป็นโปรแกรมหรือคำสั่งที่ทำหน้าที่ควบคุมการปฎิบัติงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปรกณ์อื่น ๆ
      2.  ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ( Application Software ) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื้อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานด้านต้าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้
     

     
    บุคลากร
         
         บุคลากรในระบบสารสนเทศ ( Peopleware ) คือ บุคคลที่ปฎิบัติงานในด้านคอมพิวเตอร์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ โดยแบ่งได้ 4 ระดับ คือ นักวิเคราะห์ระบบ โปรแกรมเมอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติงายเครื่อง และผู้ใช้
      1.  นักวิเคราะห์ระบบ ( System Analyst ) คือผู้ทำหน้าที่วิเคราะห์ระบบปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศที่ต้องการโดยศึกษาผลที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ
     2.  โปรแกรมเมอร์ ( Programmer ) คือผู้ที่ทำหน้าที่รับสารสนเทสจากนักวิเคราะห์ระบบที่ได้จัดทำไว้มาเขีนยหรือสร้างให้เกิดเป็นโปรแกรม
     3.  เจ้าหร้าที่ฝ่ายปฎิบัติงานเครื่อง ( Operator ) คือ ฝ่ายที่ทำหน้าที่ติดตั่งโปรแกรมคอมพิวเตอรืลงในเครื่องคอมพิวเตอรื
    4.  ผู้ใช้ ( User )  เป็นผู้ใช้งานระบบสารสนเทศโดยตรง ผู้ใช้ระบบสารสนเทศที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอรืและซอฟแวร์ที่ใช้
              
    ข้อมูล
     
        ข้อมูล ( Data ) นับได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของระบบสารสนเทศ ในชีวิตประจำวันเราจะพบว่ามีการบันทึกข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในภายหลังอยู่เสอม เช่น การบันทึกข้อมูลนักเรียน การบันทึกการขายสินค้า และการบันทึกข้อมูลการใช้โทรศัพท์ โดยทั่วไป
     1.  บิต ( Bit ) คือเลขฐานสองหนึ่งหลักซึ่งมีค่าเป็น 0 หรือ 1
     2.  ตัวอัการ ( Character ) คือกล่มของบิตที่สามารถแทนค่าตัวอักษรได้
     3.  เขคข้อมูล ( Fleld ) คือ กล่มตัวอักษรที่แทนข้อเท็จจริง
     4.  ระเบียงข้อมูล ( Record ) คือ โครงสร้างข้อมูลที่แทนตัววัตถุหนึ่งชิ้น
     5.  แฟ้มข้อมูล ( Flie ) คือ ตารางที่เป็นกลุ่มของระเบียนที่มีโครงสร้างข้อมูลเดีวยกัน
     6.  ฐานข้อมูล ( Datadase ) คือ กลุ่มของตารางที่มีความสัมพันธ์กัน
  
    ขั้นตอนการปฎิบัติงาน
         
        ขั้นตอนการปฎิบัติงาน คือ ขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ได้สารสนเมศที่ต้องการ โดยมีกระบวนการทำงานของระบบสารสนเทศแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก คือ กลุ่มนำข้อมูลเข้าสู้ระบบ การประมวลผลข้อมูล การแสดงผล และการจัดเก็บข้อมูล
          องค์ประกอบของระบบสารสนเทศในส่วยนี้ จัดเป็นกระบวนการที่นำเอาทุกส่วนมาปฎิบัติ
ร่วมกันด้วยการวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศที่เหมาะสม และตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด เรียกว่า วงจรการพัฒนาระบบ  ( SDLC: System Development Lift Cycle ) ซึ่งจะแสดงกิจกรรมต่าง ๆ
          ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนระบบ ( System Planning ) เป็นขั้นตอนแรกสุดของการพัฒนาระบบสานสนเทศ
          ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์ระบบ ( System Analysis ) เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบงานปัจจุบันหรือระบบงานดิม
          ขั้นตอนที่ 3 การอกกแบบระบบ ( System Design ) เป็นการนำผลผัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ระบบมาพัฒนาเป็นรูปแบบทางกายภาพ
          ขั้นตอนที่ 4 การพัฒนาระบบ ( System Dvelopment ) ประกอบไปด้วยการเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างระบบงาน การทดสอบโปรแกรมหน่วยย่อย
          ขั้นตอนที่ 5 การติดตั่งระบบ ( Sysem Implementation ) เป็นขั้นตอนการส่งมอบระบบงานเพื่อนำไปใช่งานจริง
          ขั้นตอนที่ 6 การดูแลรักษาระบบ ( System Maintenance ) เป็นขั้นตอนสุดท้ายในวงจรการพัฒนาระบบ